‘พ.ต.อ.ทวี-กมลศักดิ์’ ตรวจเทอร์มินอลใหม่สนามบินนราธิวาส คืบ 78 เปอร์เซ็นต์ จี้รัฐเร่งดึงสายการบินตปท. – ย้ำเป้าหมายใหญ่ ‘ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน’

‘พ.ต.อ.ทวี-กมลศักดิ์’ ตรวจเทอร์มินอลใหม่สนามบินนราธิวาส คืบ 78 เปอร์เซ็นต์ จี้รัฐเร่งดึงสายการบินตปท. – ย้ำเป้าหมายใหญ่ ‘ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน’

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ) พร้อมด้วย นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ ในฐานะคณะกรรมาธิการแก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส เพื่อติดตามความคืบหน้า “โครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ พร้อมครุภัณฑ์อำนวยความสะดวกท่าอากาศยานนราธิวาส”


โครงการเมกะโปรเจกต์ดังกล่าว ดำเนินการโดย กิจการร่วมค้า ซีไอเอส (CIS JOINT VENTURE) ซึ่งมีบริษัทผู้รับเหมาจากประเทศจีนร่วมเป็นพันธมิตร โดยบรรยากาศบริเวณไซต์งานก่อสร้างเป็นไปอย่างรัดกุม ทีมผู้บริหาร วิศวกร และผู้ควบคุมงาน มีการชี้แจงรายละเอียดโครงสร้างหน้างานอย่างใกล้ชิด ภายใต้มาตรการความปลอดภัยขั้นสูงสุด
ปัจจุบันโครงสร้างสถาปัตยกรรมเริ่มเป็นรูปเป็นร่างอย่างชัดเจน โถงทางเดินกว้างขวาง เสาโครงสร้างขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน และการตกแต่งฝ้าเพดานด้วยระแนงไม้เริ่มเผยให้เห็นความสวยงามของตัวอาคาร


พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ได้เน้นย้ำกับคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้องว่า การลงพื้นที่ติดตามโครงการระดับเมกะโปรเจกต์นี้ ไม่ใช่เพียงการมาตรวจดูความคืบหน้าของโครงสร้างคอนกรีตหรือเหล็กเส้น แต่หัวใจสำคัญคือ “ความหวังและโอกาสของพี่น้องประชาชน”
ในฐานะที่คลุกคลีกับปัญหาในพื้นที่ชายแดนใต้ พ.ต.อ.ทวี มองว่า ท่าอากาศยานนราธิวาสแห่งใหม่ ต้องเป็นฟันเฟืองสำคัญในการ “ลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาความยากจน” อย่างเป็นรูปธรรม การมีสนามบินที่ได้มาตรฐานสากล จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทางของประชาชนในพื้นที่ ครอบคลุมทั้งมิติการประกอบธุรกิจ การศึกษา การท่องเที่ยว รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องชาวไทยมุสลิมในการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งถือเป็นเข็มทิศหลักในการผลักดันโครงการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป


นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เปิดเผยข้อกังวลสำคัญต่อโครงการนี้ว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในขณะนี้ ไม่ใช่เรื่องความล่าช้าของการก่อสร้าง แต่คือโจทย์ใหญ่ที่ว่า “ต้องมีสายการบินมาลงบิน”
เนื่องจากศักยภาพของอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับเที่ยวบินระหว่างประเทศโดยเฉพาะ ภาครัฐจึงต้องเร่งติดต่อประสานงานเพื่อดึงสายการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “มาเลเซีย” เข้ามาเปิดเส้นทางบิน เพราะหากก่อสร้างแล้วเสร็จแต่ไม่มีเที่ยวบินมารองรับ อาจทำให้การใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินงบประมาณมหาศาลที่ลงทุนไป


ดังนั้น ภารกิจเร่งด่วนขั้นต่อไปของหน่วยงานภาครัฐและผู้แทนในพื้นที่ คือการเปิดโต๊ะเจรจาเชิงรุก เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับเมกะโปรเจกต์นี้อย่างแท้จริง
จากการรายงานผลการดำเนินงาน พบว่าภาพรวมโครงการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วเฉลี่ย 78-79 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้รับเหมาหลักยืนยันหนักแน่นว่า งานก่อสร้างสถาปัตยกรรมและโครงสร้างทั้งหมดจะแล้วเสร็จและส่งมอบงานได้ทันตามกำหนดการในเดือนกันยายน 2569 อย่างแน่นอน


สำหรับรายละเอียดความคืบหน้าเนื้องานก่อสร้างทั้ง 11 รายการ อาทิ อาคารบริการและจอดรถ ดำเนินการแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ (เสร็จสมบูรณ์) งานปรับปรุงภูมิทัศน์ ดำเนินการแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ (เสร็จสมบูรณ์) งานปรับปรุงพื้นที่รอบโครงการดำเนินการแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ (เสร็จสมบูรณ์) ทางยกระดับหน้าอาคารผู้โดยสาร ดำเนินการแล้ว 91 เปอร์เซ็นต์ ลานจอดรถยนต์ ดำเนินการแล้ว 91 เปอร์เซ็นต์ อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ ดำเนินการแล้ว 87 เปอร์เซ็นต์ ทางเดินเชื่อม ดำเนินการแล้ว 86 เปอร์เซ็นต์ สะพานเทียบเครื่องบิน ดำเนินการแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ งานทางพิเศษ ดำเนินการแล้ว 68 เปอร์เซ็นต์ และ ถนน ทางลาด และทางเท้าโครงการ ดำเนินการแล้ว 65 เปอร์เซ็นต์
ท้ายที่สุด การลงพื้นที่อย่างเกาะติดของ พ.ต.อ.ทวี ในครั้งนี้ สะท้อนภาพให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและการเอาใจใส่เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง เพราะโครงการระดับเมกะโปรเจกต์เช่นนี้ ไม่ควรจบลงเพียงแค่งานสถาปัตยกรรมที่สวยงาม หรือภาพการตัดริบบิ้นเปิดอาคาร
ทว่าสิ่งที่น่าตั้งคำถามตัวโตๆ กลับไปถึง “รัฐบาล” และหน่วยงานส่วนกลาง คือความล่าช้าและวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการเชิงรุกที่ดูจะยังคงตามหลังความคืบหน้าของการก่อสร้าง เพราะหากอาคารสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนด แต่รัฐบาลยังคงเดินเกมช้า ขาดการบูรณาการเพื่อดึงดูดสายการบินต่างชาติ อาคารผู้โดยสารหลักพันล้านแห่งนี้ก็คงหนีไม่พ้นการถูกปล่อยทิ้งร้าง กลายเป็นเพียง “อนุสาวรีย์คอนกรีต” ที่ประจานความล้มเหลวของการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดิน

 

Related posts